พี่สาวนักศึกษา ผมเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง บอกตรงๆ ว่าไม่ใช่คนดิบดีอะไร เพื่อนที่ร่วมก๊วนเดียวกันก็ เป็นประเภทที่ไม่ค่อยมีใครเขาชอบหน้าและอยากคบหานัก อาศัยแต่ว่าผมมันหล่อใช้ได้และพูดจาเก่ง (โดยเฉพาะกับบรรดา สาวๆ) ผมก็เลยรอดตัวไป อาศัยพึ่งพาได้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะลอกการบ้านและให้ช่วยติว (ก็ผมน่ะโดดเรียนบ่อยๆ นี่นา) เรื่องมีอยู่ว่าไอ้พรรคพวกร่วมก๊วนกับผมมันบ่นเปรยๆ ให้ฟังบ่อยๆ ว่ามีรุ่นพี่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์คนหนึ่ง ชื่อว่ากาญจนี สวยมาก เป็นดาวคณะที่มีหนุ่มๆ รุมจีบกันตรึม มิหนำซ้ำเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้กับคณะด้วย ทีแรกผมก็ไม่ค่อยได้สนใจนัก อีกทั้งหน้าตาของเจ้าหล่อนก็ไม่เคยเห็นเพราะเรียนอยู่คนละคณะ บวกกับกิจกรรมด้านกีฬาสำหรับผม ก็แทบจะไม่เคยย่าง กรายเข้าไปเกี่ยวด้วยเลย วันหนึ่งไอ้เปี๊ยกเพื่อนร่วมก๊วนของผมมันคลั่งหนัก บุกเข้าไปขอเดทกับพี่กาญจนีคนนี้ดื้อๆ ผลน่ะเหรอ ครับ ก็ถูกตอกหน้าหงายมาตามระเบียบสิครับ มันกลับมาคร่ำครวญด้วยความเจ็บใจในวงเหล้า ที่พวกเราชอมมาสุมหัวรวม กันทุกคืน (อ้อ ลืมไปผมเป็นเด็กหอนะครับ) จนผมชักอยากเห็นหน้าพี่กาญจนีคนสวยนี่ตงิดๆ วันต่อมาผมจึงเดินเตร่ไปที่ คณะนิเทศฯ และก็ได้เห็นพี่กาญจนีสมใจ อื้อหือ..อย่าให้เซ่ดเลยครับ สวยเป็นบ้า ขาวไปทั้งตัว รูปร่างสูงโปร่งเพอร์เฟกจริงๆ มิน่าล่ะไอ้เปี๊ยกมันถึงบ้าไปอย่างนั้น แต่ขอโทษ ไอ้ท่าทางเปรี้ยวสุดขีด และใส่กระโปรงสั้นอวดเรียวขาอย่างน่าเสียวไส้ออก อย่างนั้น บอกได้เลยตามประสาของคนที่เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิง (พูดแล้วจะหาว่าคุย) ว่าไม่ยากเกินเอื้อม ผมจึงกลับไปบอก พรรคพวกว่าจะจีบพี่กาญจนีคนสวยนี่ให้ดู ซึ่งแต่ละคนก็หัวเราะเยาะความคิดของผม โดยเฉพาะไอ้เปี๊ยกมันถึงยอมพนันกับผม สิบเอาแค่หนึ่ง ว่าผมจะต้องถูกตอกหน้าหงายมาเหมือนกับมัน ซึ่งผมก็รับคำท้าทันทีด้วยความรู้สึกเดือดๆ อยู่ในใจที่ถูก พรรคพวกดูถูกดูแคลนเช่นนี้ ไอ้พวกเพื่อนใหม่ของผมมันไม่รู้หรอกว่า ผมน่ะประสบการณ์โชกโชนแค่ไหน แค่บอกว่าสมัย ผมอยู่มัธยมสามก็เริ่มไปตีหม้อกับเพื่อนๆ แถมความสามารถยังถึงใจกระหรี่ สามารถหิ้วไปต่อได้โดยเจ้าหล่อนไม่คิดเงิน ค่าประตู ก็คงจะเป็นเครื่องประกันคุณภาพคับแก้วของผมแล้วใช่ไหมครับ ฮิฮิ ในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ผมก็ใช้ความสามารถ เฉพาะตัว สร้างโอกาสให้ผมได้ทำความรู้จักกับพี่กาญจนีคนสวย แน่นอนครับต้องด้วยมาดหนุ่มน้อยหน้าใสมาดเท่ๆ ท่าทาง สุดแสนจะน่าไว้ใจในการคบค้าสมาคมด้วย จากนั้นผมก็สืบเสาะหาข้อมูลของพี่กาญจนี จนรู้หมดว่ามีเรียนวันไหน มีกิจกรรม ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อหาโอกาสเหมาะในการปฏิบัติกามกิจ บอกตามตรงหลังจากเข้ามาพัวพันใกล้ชิดพี่กาญจนีไม่นาน ผมก็รู้สึก กระสันซ่านไปกับเรือนร่างที่สุดแสนจะงดงาม จนแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องสะกดเอาไว้สุดชีวิตเพื่อไม่ให้ แผนเสียไปซะก่อน และในที่สุดหวยก็มาออกตรงวันที่พี่กาญจนีต้องซ้อมเชียร์ลีดเดอร์จนถึงเย็น ผมน่ะยิ้มกริ่ม แผนการณ์ทุก อย่างผุดขึ้นในหัวอย่างใสปิ๊ง เย็นวันนั้นหลังจากซ้อมเชียร์เสร็จก็เกือบหกโมงครึ่ง เมื่อพี่กาญจนีเดินมาถึงที่จอดรถก็ลมแทบใส่ เมื่อเห็นยางล้อรถนั้นแฟบติดดิน แหม..มันแน่นอนอยู่แล้ว เป็นผมไปแอบเจาะเอาไว้เอง ขณะที่พี่กาญจนีกำลังเก้ๆ กังๆ อยู่ ตอนนั้นเอง ผมก็โผล่เข้าไปเป็นอัศวินขี่ม้าขาว ถามหน้าซื่อทักทายเหมือนกับพบกันโดยบังเอิญ และรีบขันอาสาเปลี่ยนยาง ล้อรถให้ทันที ขณะที่เปลี่ยนยาง พี่กาญจนีมายืนให้กำลังใจข้างๆ ชายกระโปรงสั้นที่พี่กาญจนีใส่นั้น ทำให้สายตาของผมไม่ค่อย จะหยุดมองอยู่กับงานที่กำลังง่วนทำอยู่เลย เพราะมันคอยแต่จะวนเวียนไปมองเรียวขาที่ขาวเกลี้ยง ไม่มีริ้วรอยตำหนินั้นอยู่ ตลอดเวลา ไอ้หนูของผมก็เริ่มกระดุกกระดิกอย่างอยู่ไม่สุขตามลำดับ พักหนึ่งผมบ่นว่าคอแห้ง เมื่อพี่กาญจนีคนสวยกุลีกุจอไป หาซื้อน้ำอัดลมกระป๋องมาให้ โดยที่พี่กาญจนีเองก็ถือดื่มกระป๋องหนึ่งเหมือนกัน ทุกอย่างเข้าแผนของผมเป๊ะ ผมทำทีเป็นขอให้ พี่กาญจนีไปค้นหาเครื่องมือบางอย่างที่ผมรู้ว่าไม่มีหรอกที่ท้ายรถ โดยอาสาถือกระป๋องน้ำอัดลมให้ ซึ่งเมื่อพี่กาญจนีเดินเข้าไปหา ของท้ายรถ ผมก็อาศัยความเร็วผสมยาบางอย่างลงไปในน้ำอัดลมกระป๋องนั้น ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องหาแล้ว และส่ง กระป๋องน้ำอัดลมคืนให้เมื่อพี่กาญจนีเดินกลับมา จากนั้นผมก็ทำงานไปด้วยอารมณ์ที่สุดแสนจะเบิกบาน และเหลือบมองไปทีไร ก็เห็นพี่กาญจนีดื่มน้ำอัดลมนั้นจนกระทั่งหมดกระป๋อง ถึงตอนนี้ไอ้หนูของผมก็แข็งเด่ จนต้องเอาแขนกดๆ เอาไว้ไม่ให้มันโป่ง ออกมา ผมรู้สรรพคุณของยาดี ไม่ถึงกับทำให้หลับ เพราะผมไม่ชอบลักหลับเพราะรู้สึกเสียอารมณ์เป็นบ้า ยานั้นเพียงแค่จะ ทำให้พี่กาญจนีคนสวยรู้สึกมึนๆ ไร้เรี่ยวแรงจะมาขัดขืนความต้องการของผมเท่านั้น เมื่อผมเปลี่ยนยางเสร็จ พี่กาญจนีก็ขอบคุณ ผมเสียงอ่อนหวาน และแน่นอนเมื่อผมบอกว่าขอติดรถไปด้วยคน มีหรือที่จะได้รับคำปฏิเสธ ดังนั้นผมจึงนั่งยิ้มกริ่มเคียงคู่ กับพี่กาญจนีคนสวยขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัย ผมใจเต้นแรงเมื่อพี่กาญจนีบอกว่ารู้สึกมึนศีรษะ มือเท้าชาไปหมด ผมทำเป็นพูด ด้วยความห่วงใย ให้เธอจอดรถพักข้างทางก่อน ซึ่งพี่กาญจนีคงจะมึนเต็มที่จึงชะลอรถจอดลงข้างถนน และนั่งหลับตา ผมมอง ไปที่ถนนซึ่งแม้จะเป็นเวลาตะวันตกดินไปแล้ว แต่รถราก็ยังวิ่งขวักไขว่ แถมแสงไฟที่ถนนก็ยังสว่างพอประมาณ เห็นทีจะ เผด็จศึกที่นี้ไม่ได้ ถ้าปล่อยเอาไว้เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์ก็อดแดกพอดี ผมจึงขันอาสาทำทีเป็นเห็นใจว่าพี่กาญจนีจะกลับบ้านดึก ขอขับรถไปส่งที่บ้านให้ ซึ่งท่าทางแสดงความจริงใจเสียเหลือเกินของผม ก็ทำให้ในที่สุดก็สมอารมณ์หมาย เมื่อเปลี่ยนมา นั่งที่คนขับแทน ส่วนพี่กาญจนีคนสวยน่ะเหรอ ผมแนะให้ไปนั่งตอนหลังจะได้สบายๆ โดยที่พี่กาญจนีไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่ผมบอก สบายๆ น่ะไว้สำหรับผมเอง ไอ้ที่นั่งตอนหน้ามันคับแคบและเกะกะจะตายไป ผมพยายามมองหาที่เหมาะๆ และก็เลี้ยวรถ เข้าไปในซอยมืดที่เป็นอาคารห้องแถวร้างแห่งหนึ่ง เมื่อผมดับเครื่องยนต์ก็รีบออกจากที่นั่งคนขับ ไปนั่งเบียดแนบชิดร่าง อ่อนระทวยของพี่กาญจนีทันทีไอ้หนูของผมมันแข็งปั๋งพร้อมรบเต็มที่แล้ว ผมคว้ามับไปที่ขาอ่อนที่หมายตาไว้เนิ่นนานแล้ว เค้นคลึงลงไปตามเนื้อ ที่นุ่มนิ่มนั้น พี่กาญจนีส่งเสียงร้องประท้วงดิ้นรนอย่างตกใจ แต่ไม่มีเรี่ยวแรงจะมาขัดขืนความต้องการของผม ผมผลักร่าง ของพี่กาญจนีหงายลงไปกับเบาะ และก้มตามลงไปถลกกระโปรงพี่กาญจนีขึ้นไปทบบนเอว จากนั้นทั้งนิ้วและลิ้นที่ผมฝึกฝนมาจน ชำนาญ ก็ระดมไปบนเนินสามเหลี่ยมที่มีขนละเอียดนุ่มของพี่กาญจนีอย่างเมามัน โดยที่กางเกงในสีขาวตัวจิ๋วนั้น ไม่สามารถ จะปิดป้องการจู่โจมของผมได้เลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดเสียงร้องห้ามของพี่กาญจนีเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงคราง กางเกงใน ผ้าลูกไม้นั้นชุ่มไปด้วยทั้งน้ำลายของผม และน้ำของพี่กาญจนีที่ไหลออกมาจากหว่างขา ผมเลียอยู่จนพอใจ จากนั้นก็เปลี่ยนที่ คืบคลานไปบนตัวของพี่กาญจนีที่นอนหงายอยู่ คราวนี้ที่หมายของผมเป็นริมฝีปากของพี่กาญจนี ซึ่งริมฝีปากของพี่กาญจนีเผยอขึ้น รับการจูบของผมอย่างเต็มใจ ผมสอดลิ้นเข้าไปกระหวัดพัวพันลิ้นของพี่กาญจนีอย่างสนุก ขณะที่มือทั้งสองข้างช่วยกันปลด กระดุมเสื้อของพี่กาญจนีไปทีละเม็ดจนหมด ก่อนที่จะละเลงไปบนเต้านมที่เต่งตึงนั้น พี่กาญจนีส่งเสียงครวญครางออกมา ร่างที่ เดิมปวกเปียกอยู่แล้ว คราวนี้อ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งถูกไฟลนยังไงยังงั้น ผมตวัดมือไปปลดตะขอเสื้อยกทรงของพี่กาญจนีให้ หลุดออกจากกัน เป้าหมายใหม่ของผมก็กลายเป็นหัวนมเต่งตึงสีชมพูเรื่อนั้นทันที ผมทั้งดูดทั้งเลียดื่มด่ำกับรสสัมผัสที่ผม บอกกับตัวเองว่ายอดเยี่ยมกว่ากระหรี่ที่ผมหิ้วไปตีอยู่บ่อยๆ อย่างเทียบกันไม่ติดแม้แต่นิดเดียว เสียงครางจากพี่กาญจนีดังขึ้น เรื่อยๆ ร่างที่นอนหงายอยู่นั้นบิดส่าย ด้วยความรู้สึกเร่าร้อนที่ถูกผมปลุกปั่น ผมจัดการรูดกางเกงในพี่กาญจนีหล่นไปกองอยู่ กับข้อเท้า ร่องสีชมพูที่มีขนละเอียดปกคลุมอยู่นั้นกระจ่างแก่สายตาของผมทันที จนไม่รอช้าที่จะก้มลงใช้ลิ้นดุนและเลียไป ตามร่องสีชมพู ซี่งตอนนั้นมีน้ำของพี่กาญจนีเอ่อออกมาจนชุ่ม เม็ดทับทิมที่เต่งตึงอยู่ภายในร่องสวรรค์ ถูกลิ้นของผมทั้งเลีย ทั้งดูดอย่างชำนาญ ในเวลาไม่ช้าร่างของพี่กาญจนีก็เขม็งเกร็งสุดตัวสั่นกระตุกถี่ แสดงอาการถึงจุดสุดยอด พร้อมๆ กับส่งเสียง ครางอย่างเป็นสุข ชนิดที่ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นครั้งแรกของพี่กาญจนี ทีนี้ไอ้หนูของผมมันอุทธรณ์คับเป้าว่าถึงตามันบ้างแล้ว จนผมต้องไปปลดปล่อยมันออกมาจากซิปกางเกง ซึ่งพอมันโผล่ออกมาโด่เด่ ก็จิ้มพรวดเข้าไปจ่อรูสวรรค์ที่หยาดเยิ้มรอคอย อยู่แล้ว ผมพยายามยัดท่อนเนื้อที่แข็งปั๋งเข้าไปในร่องกลีบที่แคบคับนั้นอย่างช้าๆ เสียงพี่กาญจนีครวญครางด้วยความเจ็บ ผมพยายามส่งเสียงปลอบและค่อยๆ ดันเข้าไปทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งมิดด้าม และค่อยๆ ชักเข้าชักออกอย่างช้าๆ จนรู้สึกว่าร่องสวรรค์นั้นค่อยๆ ปรับตัวให้เข้าอาวุธของผมแล้ว ไอ้หนูของผมก็เริ่มทำงานเต็มสูบ เสียงพั่บๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่ มันอัดกระแทกเข้าไปในร่างกายของพี่กาญจนี บอกตามตรงถึงแม้ผมจะมีประสบการณ์โชกโชนขนาดไหนก็ตาม แต่พอมาเจอ ร่องสวรรค์ของพี่กาญจนีที่คับแคบสุดๆ บ่งบอกชัดเจนถึงการเป็นสินค้าใหม่เอี่ยม ที่เพิ่งถูกแกะกล่องใช้งานเป็นครั้งแรก แค่ไม่ กี่นาทีผมเองก็ไม่สามารถระงับใจไหว กระทั่งจะดึงไอ้หนูของผมให้ออกมาก่อนก็ยังไม่ทันเลย ดังนั้นจึงปล่อยเลยตามเลย ระเบิดน้ำกามเข้าไปในตัวของพี่กาญจนีอย่างชนิดที่เรียกว่าสุดๆ ไม่มีออม ร่องแคมของพี่กาญจนีนั้นก็ตอดรัดกระชับแน่นไปกับ ของผม ดูดซับน้ำกามของผมเข้าไปจนแทบทุกหยดหยาดเลยทีเดียว เสียงพี่กาญจนีกระซิบถามผมว่าออกตรงไหน ถ้าบอกตาม จริงก็บรรลัยสิครับ ผมก็เลยก้มหน้าไปกระซิบว่าออกข้างนอกไม่ต้องเป็นห่วง จากนั้นเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน ผมก็เลยรีบใช้ ลิ้นดูดและเลียไปตามร่องแคมที่สวยงาม ราวกับกลีบดอกไม้นั้นอีกพักใหญ่ จนพี่กาญจนีถึงจุดสุดยอดไปอีกครั้ง ไอ้หนูของผม ได้พักก็เริ่มมีฤทธิ์ขึ้นมาอีก ผมจับตัวของพี่กาญจนีซึ่งไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาให้ผมปั้นตามใจชอบ ให้นอนคว่ำหน้ากับเบาะ ขยำขยี้ไปบนแก้มก้นที่นุ่มนิ่มเนียนมือนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแหวกมันออกจนเห็นรูขี้ของพี่กาญจนีที่เล็กนิดเดียว ฮิฮิ ใช่แล้วครับ นี่ก็คือเป้าหมายต่อไปของผม ก่อนอื่นผมใช้นิ้วมือเบิกร่องเข้าไปก่อน ท่ามกลางความเจ็บปวดรวดร้าวของพี่กาญจนี แต่พอสัก พักเมื่อร่างกายของพี่กาญจนีเริ่มบิดไหวไปด้วยอารมณ์ ผมก็เปลี่ยนมาเป็นหัวที่แดงก่ำของไอ้หนูผมซึ่งรออยู่นานแล้ว พอผม แทรกเข้าไปได้หน่อยเดียว พี่กาญจนีก็ร้องลั่นพยายามขยับหนี แต่ผมกดตัวของพี่กาญจนีไว้แน่น ก่อนจะใช้แรงโถมตัวพรวดลงไป อย่างรวดเร็วกว่าครึ่งท่อน คราวนี้ก็ไม่ยากแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ สาวเข้าไปจนกระทั่งมิดด้าม พี่กาญจนีค่อยๆ ส่ายก้นรับการ กระแทกของผม ผมทาบตัวไปตามแผ่นหลังของพี่กาญจนี ตวัดมือไปขยำขยี้ทรวงอกที่เต่งเต้านั้น ดูๆ ไปพี่กาญจนีเริ่มซึมซาบกับ ความสุขจากท่านี้ที่ผมสอนให้รู้จักแล้ว ส่งเสียงร้องครวญครางไม่ขาดปาก คราวนี้ผมควบคุมไอ้หนูของผมดีขึ้น ทะลวง ในท่านั้นอยู่ได้นานราวครึ่งชั่วโมง ซึ่งพี่กาญจนีถึงจุดสุดยอดไปแล้วตั้งสองครั้ง พอผมชักจะได้ที่แล้วก็รีบชักไอ้หนูออกมา พลิกตัวของพี่กาญจนีขึ้นมานั่งข้างๆ และกดศีรษะที่มีผมดำสลวยนั้นให้โน้มลงไปตรงหว่างขา ที่ไอ้หนูของผมชี้ตั้งอยู่โด่เด่นั้น ขณะแรกพี่กาญจนียังเขินอยู่บ้าง แต่ในที่สุดก็ยอมอ้าปากออกอมไอ้หนูของผมเอาไว้ ผมหลับตาด้วยความหฤหรรษ์ กดศีรษะ ของพี่กาญจนีลงไปอีก จนรู้สึกว่าหัวของไอ้หนูนั้นเลยลึกไปจนถึงลำคอของพี่กาญจนี ก่อนที่ผมจะยกสะโพกขึ้นลงอย่างช้าๆ ขณะที่พี่กาญจนีเองก็ผงกศีรษะขึ้นลงรับกับจังหวะของผมอีกแรงหนึ่ง คราวนี้เป็นผมบ้างล่ะที่ครางออกมาอย่างเสียวสะท้าน โอย..มันเป็นบ้า หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีผมก็กดศีรษะของพี่กาญจนีไว้แน่น ก่อนจะระเบิดน้ำเมือกระลอกสองเข้าไปในปากของ พี่กาญจนีอย่างสุขสุดยอด พี่กาญจนีพยายามยกศีรษะออก แต่ผมไม่ยอม พี่กาญจนีจึงจำต้องคาอยู่ในสภาพนั้น จนกระทั่งไอ้หนูของ ผมเริ่มฝ่อตัวและหลุดออกมาเอง พี่กาญจนีจึงยันตัวขึ้นมาได้ โดยน้ำกามของผมไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก และย้อยไปตามคาง ของพี่กาญจนี ผมยัดไอ้หนูซึ่งหมดฤทธิ์แล้วกลับเข้าที่ ขณะที่พี่กาญจนีจัดแจงเครื่องแบบนักศึกษาให้เข้าที่มือไม้สั่น พี่กาญจนีร้องไห้ และตบผมอย่างแรงจนปากแตก แต่จะว่าอะไรผมได้มาก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเราสองคนมีความสุขร่วมกันขนาดไหนจริงม๊ะ ซึ่งพอผมเองปลอบโยนไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ของผม จนในที่สุดพี่กาญจนีก็หยุดร้องไห้ ปล่อยให้ผมปลอบด้วยรสจูบอีกพักใหญ่ ก็ขับรถกลับออกมาส่งผมที่หอพัก คืนนั้นผมผิวปากนอนกระดิกเท้าดูเพดานอย่างเป็นสุข

Comments are closed.